It's me kamyui

วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ หัวหินเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ หัวหิน




เปิดฉากแล้ว! เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติหัวหิน ปี 2555 ดาราเกาหลี-ฮอลลีวู้ด-ไทย ร่วมเดินพรมแดงในพิธีเปิดงานอย่างคับคั่ง

          เปิดฉากแล้วสำหรับงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองหัวหิน ปี 2555 ที่สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ เทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ขึ้น ระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตภาพยนตร์นานาชาติ และเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ก็ได้มีพิธีเปิดงานอย่างเลิศหรูอลังการ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ต 

          แน่นอนว่า ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การที่บรรดาดาราชื่อดังที่เดินทางมาร่วมงานจะออกมาเดินเฉิดฉายบนพรมแดงให้บรรดาช่างภาพ ได้ถ่ายรูปกันริมชายหาดของโรงแรม ซึ่งปรากฎว่า งานนี้ ฟากเกาหลี ส่งดาราชื่อดังจากเกาหลี อย่าง "โซจีซบ" และ "ฮันฮโยจู" นางเอกจากภาพยนตร์เรื่อง "ทงอี" รวมทั้ง "ซองอิลกอล" ผู้กำกับฯ ภาพยนตร์เรื่อง "กอด" (Always) มาร่วมงาน พร้อมกับเปิดแถลงข่าวโปรโมทผลงานในช่วงก่อนพิธีเปิดงานอีกด้วย

          โดย โซจีซบ เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมงานนี้ และได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ โดยคาดหวังว่าคนไทยจะชอบภาพยนตร์เรื่อง "กอด" (Always) ขณะที่ ฮันฮโยจู ก็คาดหวังว่าแฟน ๆ ชาวไทยจะชอบภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นกัน เพราะการถ่ายทำแต่ละฉากพิถีพิถันมากเลยทีเดียว


      ฟากฝั่งฮอลลีวู้ดก็ไม่น้อยหน้า เพราะครั้งนี้มีดารานักแสดงชื่อดังหลายคนตบเท้ากันมาร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองหัวหินอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็น "ไรอัน กอสลิ่ง" พระเอกหนุ่มที่อยู่ในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Only God Forgives ในเมืองไทย ที่มาพร้อมผู้กำกับคู่ซี้ "นิโคลัส วินดิง เรเฟิน" ที่คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเรื่อง DRIVE ในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2011 พร้อมด้วยโปรดิวเซอร์ "เดวิด แลง คาสเตอร์" และ "มาร์ตี้ คอลเนอร์" ผู้กำกับหนังสารคดีเพลงระดับโลก นอกจากนั้นแล้วยังมี "อเล็กซ์ เมร่าซ์" หัวหน้าหมาป่าเซ็กซี่ จากภาพยนตร์เรื่อง ทไวไลท์ ด้วย

          ในส่วนของนักแสดงไทยเองก็พาเหรดมาร่วมงานนี้อย่างคับคั่งเช่นกัน ทั้ง ทาทา ยัง, ตั๊ก บงกช คงมาลัย, เต๋อ ฉันทวิชญ์, พีช พชร, จั๊กจั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข, อนัน อันวา, ก้อง สหรัถ สังคปรีชา, บิลลี่ โอแกน, เต๋า สมชาย เข็มกลัด, ปราโมทย์ แสงศร, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ฯลฯ





ที่มาhttp://movie.kapook.com

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

การเดินทางไปหัวหิน



รถยนต์


ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ ทางหลวงหมายเลข 35 ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงครามแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรเกษม เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี แล้วเข้าสู่ตัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทางประมาณ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง

ใช้เส้นทางสายเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านพุทธมณฑล นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี แล้วเข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 4 ชั่วโมง



 รถโดยสารประจำทาง

บริษัท ขนส่ง จำกัด จากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี  มีบริการรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์ กรุงเทพฯ-หัวหิน กรุงเทพฯ-ปราณบุรี และกรุงเทพฯ-บางสะพาน เป็นประจำทุกวัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-435-1199-200 (รถปรับอากาศ) และ โทร. 02-434-5557-8 (รถธรรมดา)



 ทางรถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทย (จากสถานีรถไฟหัวลำโพง) มีบริการรถไฟสายใต้ไปหัวหิน ปราณบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ทุกวัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทางการรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 02-223-7010, 02-223-7020





ชุมชนหัวหิน


     หากคุณมาเที่ยวที่หัวหิน แล้วอยากลองรับประทานอาหารง่ายๆ และเดินชมวิถีชีวิตในช่วงเย็นๆ ในแบบฉบับพื้นเพของคนหัวหินดูบ้างละก็ อยากให้ลองมาแถวๆ ถนนเดชานุชิต หรือซอยหัวหิน 57 ซึ่งนอกจากจะมีร้านกาแฟเจ๊กเปี๊ยะแล้ว หากเดินลงมาทางชายทะเลอีกสักหน่อย มีชุมชนอยู่ชุมชนหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมจะเป็นชุมชนชาวประมงเดิมของหัวหิน ตั้งอยู่บนถนนพูลสุข เป็นถนนซอยเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับถนนชมสินธ์ จะมีร้านขายของว่างทานเล่นของชาวบ้านในละแวกนี้ ตั้งขายเรียงรายไปตลอดเส้นทาง
     เริ่มด้วยเมื่อเดินเข้าไปจะเจอกับร้านลูกชิ้นทอดน้ำจิ้มรสเด็ด ร้านเล็กๆ ที่คนในหัวหินจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ชื่อร้านลูกชิ้นทอดเจ๊โหน่ง มีทั้งลูกชิ้นทอด ปลาทอด ไก่ทอด ลูกชิ้นของที่นี่ทอดสดใหม่ และเปลี่ยนน้ำมันทุกวัน จึงทั้งกรอบและอร่อย เยื้องจากร้านเจ๊โหน่งไปอีกหน่อย จะมีร้านขนมจีนร้านเล็กๆ ของยายโป่ง ที่แต่ละวันก็จะมีชาวบ้านมานั่งกินไม่ขาดสายเหมือนกัน ถัดมาเป็นร้านขายปลาตาเดียวทอดกรอบ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ ปลาลิ้นหมา และยังมีกุ้งชุบแป้งทอดวางขายควบคู่ไปอีกด้วย เดินมาอีกสักหน่อยจะเจอกับร้านป้าลา ขายพวกของทะเลตากแห้งย่าง ปลาสดย่าง ปลาโอ ปลาหมึกแห้ง ปลาหวาน ปิ้งงบ หอยแมลงภู่ และหอยเสียบ มีน้ำจิ้มผสมถั่วบด ทานคู่กับมะละกอสด นับว่าเป็นอาหารพื้นเพของหัวหินที่แตกต่างไม่เหมือนกับที่ใด





นอกจากนี้ หากเดินออกมาจนถึงถนนชมสินธ์แล้วเลี้ยวขวาไปทางลงสะพานปลา ยังมีร้านข้าวต้มกุ๊ยแบบชาวบ้านๆ ไว้บริการอีกหนึ่งร้าน ที่ตั้งขายคู่กับร้านหอยเสียบ และของทะเลแห้งย่าง แต่ละร้านจะเปิดขายช่วงเย็นตั้งแต่ 5 โมงเย็นไปจนถึง 3 ทุ่มหรือจนกว่าของจะหมด
       ลองมาสัมผัสดู ร้านเล็กๆ บรรยากาศง่ายๆ สบายๆ ที่แม่ค้าจะตั้งโต๊ะตั้งเตาขายอยู่ตามหน้าบ้านของตน มีเก้าอี้เล็กๆ ตั้งไว้ให้บริการกับลูกค้าแบบนี้ นับวันจะหายากขึ้นทุกที และนี่ก็คงเป็นชุมชมหนึ่ง ที่ยังคงหลงเหลือความเป็นวิถีชีวิตของชาวหัวหินไว้ได้อย่างชัดเจน





ชายหาดหัวหิน

      หัวหิน สถานที่ตากอากาศติดชายทะเล หาดทรายหัวหิน กว้างยาว น้ำทะเลหัวหินใส กว่าปราณบุรี และหาดอื่นๆใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นชะอำ หาดเจ้าสำราญ หัวหินมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รีสอร์ทเปิดใหม่ โรงแรมระดับ5ดาว เกส์ทเฮ้าสท์ ใกล้ชายทะเลหัวหิน หัวหิน เป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับโลก ให้มาสัมผัสกับบรรยากาศอาบแดดพักผ่อนอยู่กันครั้งละหลายวันตลอดแนวชายหาดหัวหินเป็นบ้านพักตากอากาศของบรรดาผู้มีอันจะกินจากกรุงเทพฯ เป็นตระกูลดังมีชื่อเสียงระดับประเทศ สลับกับตึกสูงของคอนโดมิเนียมและโรงแรมหรูระดับห้าดาว ด้วยเสน่ห์ของชายหาดหัวหินที่มีหาดทรายขาวสะอาด กว้างยาวสุดสายตา ไม่มีถนนเลียบชายหาดให้ยวดยานวิ่งพลุกพล่านอย่างหาดทั่วไป ไม่มีเจ๊ตสกี เรือกล้วย สกูตเตอร์ แล่นฉวัดเฉวียนรบกวนคนเล่นน้ำทะเล หาดหัวหินจึงสงบงามให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนตากอากาศได้เป็นอย่างดี มีชื่อเสียงแห่งแรกของเมืองไทย ด้วยน้ำทะเลใส ทรายสะอาด บรรยากาศดี จึงเป็นที่ใฝ่ฝันและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมานาน ทุกยุคทุกสมัย






ของฝากจากหัวหิน

กะปิ
กะปิที่ร้านแม่สาลีทำเครื่องจิ้มมะม่วงด้วยกะปิ   หลายอย่างด้วยกัน เช่น กะปิหวาน พริกกะเกลือใส่กะปิ น้ำปลาหวาน หรือน้ำปลาหวานแบบดิบคือไม่เคี่ยวเรียกว่ากะปิโหว่ จำหน่ายที่ตลาดหัวหินตอนกลางคืน ทานกับมะม่วงแรด ยั่วน้ำลายไม่ใช่เล่น คนขายสวยแต่งตัวอนุรักษ์ไทย



ขนมเปี๊ยะปิ้งใส้ปลา ของฝากใหม่เมืองหัวหิน
ใส้ปลาจะใช้ปลาน้ำจืด(ปลาช่อน) ไม่มีกลิ่นคาว รสชาติอร่อย แปลกใหม่ สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากได้  อยู่ได้ถึง 7-10 วัน ในราคาไม่แพง กล่องละ 35 บาท หรือ 3 กล่อง 100 บาท รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ที่มีการใช้พลาสติกห่อขนมแต่ละชิ้น ซึ่งจะสามารถรักษาหน้าตาของขนม ป้องกันมด เข้าไปกัดกิน และไม่บูดเสียง่าย แปลกใหม่ ขนาดไม่ใหญ่มาก ก็สามารถดึงดูดใจให้ลูกค้าเข้ามาชม เข้ามาชิม และเลือกซื้อสินค้า



ตลาดฉัตรไชย
     ตลาดฉัตรไชย เป็นตลาดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงของหัวหินเป็นที่รู้จักดีในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมในตัวเมืองหัวหิน ตลาดแห่งนี้สร้างในปี พ.ศ. 2469 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ในวาระเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ วังไกลกังวลครั้งแรก พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณณี โดยราชสกุลฉัตรไชย พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงเป็นหัวหน้าจัดสร้างขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวาย ตลาดก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะของหลังคาเป็นรูป 7 โค้งอันเป็นสัญญลักษณ์ หมายถึง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 7 ปัจจุบันเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าที่ระลึก อาหารสดและแห้ง



ที่มาhttps://www.google.co.th/search?q=ดู+ของ+ฝาก+จาก+หัวหิน

หิวๆ ที่ หัวหิน


อาม่ากู๋ช่ายก้วย (เจ้าเก่าตลาดหัวหิน)
ร้านอาม่ากู๋ช่ายก้วย นี้เป็นร้านที่สืบทอดกิจการมาจากรุ่นอาม่า ซึ่งเริ่มกิจการขายกุยช่ายมานานกว่า 60 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยก่อนซึ่งอาม่าจะโม่แป้งเองด้วยข้าวสาร านกุยช่าย ของ “อาม่ากู๋ช่ายก้วย” เปิดขายเป็นรถเข็น มี 2 สาขา สาขาแรก ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าตลาดฉัตร์ไชยทางฝั่ง ซอยหัวหิน 72  (ถนนเดชานุชิตหรือถนนโต้รุ่ง) เปิดขายตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 15.00 น.  และอีกสาขา ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าตลาดฉัตร์ไชยเช่นกัน แต่อยู่ฝั่งถนนสระสรง (ทิศตะวันตกของตลาด) เปิดขายตั้งแต่เวลา 15.00 น. – 18.00 น. เปิดบริการทุกวันไม่มีวันหยุด และยังมีบริการนอกสถานที่
สามารถติดต่อสอบถาม ได้ที่เบอร์
080-4389495 , 083-5074741


ก๋วยเตี๋ยว "เฉินหลง!"
“ก๋วยเตี๋ยวเฉินหลง” ชื่อนี้มาจากบุคลิกของพ่อค้า (เฮียแป๊ะ) ที่มีลักษณะหน้าตาท่าทางคล้ายเฉินหลง นักแสดงชาวฮ่องกง เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าแก่อีกร้านหนึ่งของหัวหิน ที่สืบทอดกิจการมาตั้งแต่รุ่นอากง สมัยที่ยังเดินหาบหม้อทองเหลืองขาย เมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว..ร้านก๋วยเตี๋ยวเฉินหลง ตั้งอยู่บริเวณแถวถนนชมสินธุ์ (ซอยหัวหิน 55) หากมาทางถนนเพชรเกษม เลี้ยวเข้าซอยไป ข้ามสี่แยกไปอีกประมาณ 20-30 เมตร ร้านจะตั้งอยู่ฝั่งขวามือ
เปิดบริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 07:30 น. - 16:30 น. หรือจะโทรศัพท์มาสอบถามความอร่อยเพิ่มเติมได้ที่..
เบอร์ 086-8088227
“ก๋วยเตี๋ยวเฉินหลง”
19 ถ.ชมสินธุ์ (ซ.หัวหิน 55) อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110 


ร้านมีชัย ข้าวเหนียวมูลเสวยแม่นงนุช
ร้านมีชัย หรือข้าวเหนียวมูลเสวยแม่นงนุช เป็นร้านเล็กๆ ที่ขายขนมของฝากจากหัวหิน ป้านงนุช ศิลปสุนทร เจ้าของร้านบอกว่าขายมานานถึง 70 กว่าปีแล้ว ที่ร้านจะมีขนมหวานหลายอย่าง แต่ที่ขายดีและขึ้นชื่อมากที่สุดก็คือข้าวเหนียวมะม่วง และข้าวเหนียวสังขยา ต้องมีขายตลอดทั้งปี เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาซื้อขนมที่ร้าน จะต้องถามหาสองอย่างนี้ก่อนร้านข้าวเหนียวมะม่วงร้านนี้ เป็นร้านตึกแถวที่ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งตรงข้ามกับตลาดฉัตรไชยพอดี ติดกับร้านขายยาจี้อันตึ๊งหาได้ไม่ยาก เปิดขายตั้งแต่เวลา 07:00 – 21:00 ทุกวัน ติดต่อสอบถาม หรือหากต้องการโทรศัพท์สั่งจองล่วงหน้าได้ที่เบอร์
032-511035

ร้านกาแฟเจ๊กเปี๊ย

    เป็นร้านกาแฟโบราณเก่าแก่ ที่อยู่คู่หัวหินมานานกว่า 60 ปีแล้ว ปัจจุบันร้านกาแฟเจ๊กเปี๊ยยังคงภาพร้านกาแฟโบราณไว้ ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคาร ซึ่งจัดได้ว่าเป็นอาคารไม้ยุคแรกๆ ของหัวหินเลยที่เดียว รวมไปถึง โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ในการชงกาแฟ ของสมัยก่อน ซึ่งหาดูได้ไม่ง่ายนักในเมืองท่องเที่ยวที่อะไรๆ ก็กำลังจะเปลี่ยนไปเช่นนี้มีบริการตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ 6 โมง 15 นาที ถึง 3 ทุ่มร้านกาแฟเจ๊กเปี๊ย ตั้งอยู่ที่ ถ.เดชานุชิต ตัดกับถนนแนบเคหาสน์ เป็นร้านหัวมุมของห้องแถวพอดี หาไม่ยาก




เลือกซื้อ เลือกชิม ของกิน ของฝาก จากตลาดฉัตรไชย
ในอดีต... ถ้าพูดถึงแหล่งจับจ่ายซื้อของในหัวหิน ก็คงหนีไม่พ้น “ตลาดฉัตรไชย” ตลาดเก่าแก่ที่อยู่คู่หัวหินมานานถึง ๘๐ กว่าปี ถูกออกแบบให้มีหลังคาเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมต่อเนื่องกัน ๗ โค้ง ถือเป็นสัญลักษณ์ ว่าได้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เป็นงานคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งอาคาร แม้แต่แผงขายสินค้าสด สินค้าแห้ง ตัวตลาดโล่งโถง อากาศถ่ายเทสะดวก ล้างทำความสะอาดง่าย จัดได้ว่าเป็นตลาดที่ถูกสุขลักษณะที่สุดในประเทศไทยขณะนั้น
ตลาดฉัตร์ไชย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหัวหินบนถนนเพชรเกษม ระหว่างซอยหัวหิน ๗๐ และซอยหัวหิน ๗๒  หรือหรือจะเข้าด้านหลังจากถนนสระสรงก็ได้อีกทาง ตลาดเปิดตั้งแต่ เวลา ๐๕.๐๐ น.ไปจนกว่าตลาดจะวายก็ประมาณเวลา ๑๕.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ของทุกวัน







วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

อำเภอหัวหิน


หัวหิน เป็นอำเภอที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดิมมีชื่อว่า "บ้านสมอเรียง" หรือ "บ้านแหลมหิน" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ได้ทรงสร้างวังไกลกังวลเพื่อประทับพักผ่อนในฤดูร้อน และปัจจุบันวังไกลกังวลนั้นเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน
ทุกวันนี้หัวหินมีชื่อเสียงจากการเป็นสถานที่ตากอากาศที่สามารถเที่ยวได้ใน 1 วันและอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียง 196 กิโลเมตร หากใช้เส้นทางถนนพระราม2 ใช้เวลาประมาณ 2.5-3 ชั่วโมงหากโดยสารทางรถ หรือ 45 นาทีหากเดินทางโดยเครื่องบิน


ที่มาth.wikipedia.org/wiki/อำเภอหัวหิน
        อำเภอหัวหิน ในอดีตเป็นพื้นที่เขตปกครองของส่วนหนึ่งในเมืองปราณบุรี (เมืองชั้นจัตวา) ขึ้นตรงแขวงเมืองเพชรบุรี จนกระทั่งมีการจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล จึงได้อยู่ในพื้นที่่ของอำเภอปราณบุรี เมืองเพชรบุรี (จังหวัดเพชรบุรี)[1] ต่อมา วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชองการเหนือเกล้าให้รวมเอาอำเภอเมืองปราณบุรี อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธุ์ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอกำเนิดนพคุณ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นเมืองชั้นจัตวามาก่อนเข้ารวมเป็นจังหวัดปราณบุรี[2] และภายหลังได้รับการจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี
อำเภอหัวหิน ได้รับประกาศยกฐานะจากกิ่งอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี ตั่งแต่วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2492 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2492[3]
ชุมชนหัวหินก่อตั้งขึ้นในราวปี พ.ศ. 2377 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เมื่อชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจากทางตอนเหนือละทิ้งถิ่นฐาน และเดินทางมาจนถึงพื้นที่ที่เป็นบริเวณใกล้กับเขาตะเกียบในปัจจุบัน แล้วได้ตั้งถิ่นฐานที่บริเวณนี้ เพราะเห็นว่าเป็นหาดทรายที่สวยงามและแปลกกว่าที่อื่น คือมีกลุ่ม หินกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป อีกทั้งที่ดินก็มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับทำการเกษตรและการประมง แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านสมอเรียง”
ต่อมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนเรศวรฤทธิ์ (พระองค์เจ้าชายกฤษดาภินิหาร ต้นราชสกุลกฤดากร) ได้มาสร้างตำหนักหลังใหญ่ชื่อ “แสนสำราญสุขเวศน์” ที่ ด้านใต้ของหมู่หินริมทะเล (ปัจจุบันคือบริเวณที่อยู่ติดกับโรงแรมโซฟิเทลฯ) และทรงขนานนามหาดทรายบริเวณนี้เสียใหม่ว่า “หัวหิน” จนเมื่อเวลาล่วงไป ทั้งตำบล ในบริเวณนี้ก็ถูกเรียกในชื่อเดียวกันว่า “หัวหิน” และเจริญเติบโตขยายขึ้นเป็นอำเภอหัวหินจนถึงปัจจุบัน